สวัสดีค่ะทุกคน หลังจากที่เราได้แนะนำท่าบริหารร่างกาย เพื่อแก้อาการปวดหลังกันไปแล้ว วันนี้เราก็มีข้อควรระวังในการบริหารมาฝากค่ะ โดยทั่วไปการบริหารร่างกาย เพื่อรักษาอาการปวดหลังนั้น เราจะทำการบริหารจนไปถึงจุดที่เริ่มมีอาการปวดหลังเท่านั้น แล้วก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่ว่าในการบริหารเพื่อฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังนั้น จะต้องมีการยืดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไปถึงจุดที่มีอาการเจ็บปวดเล็กน้อย จึงจะสามารถเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังได้              แล้วภายหลังการบริหารร่างกายแล้ว ผู้ที่มีอาการปวดหลังจะต้องพยายามรักษาท่าทางในการทำกิจกรรมต่างๆให้ถูกต้อง และก็ควรจะปฏิบัติอย่างถูกต้องไปตลอด อย่าเห็นว่าอาการปวดหลังหายแล้ว ก็หยุดทำ เพราะนั้นอาจทำให้เกิดอาการปวดหลังขึ้นอีกค่ะ   ที่มา http://www.tsptclinics.com/th/education/83-education-3.html http://www.bloggang.com
             กลับมาพบกันอีกแล้วค่ะทุกคน หลังจากที่เราได้นำเสนอข็อมูลเกี่ยวกับอาการปวดหลังในกรณีต่างๆกันไปแล้ว วันนี้ก็มาถึงอาการปวดหลังของบรรดาคุณแม่ทั้งหลายค่ะ อ๊ะๆ แค่เป็นคุณแม่ที่กำลังอุ้มน้องอยู่ในท้องนะค่ะ แน่นอนว่า 100% ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่จะต้องมีอาการปวดหลังแน่ๆ โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนก่อนคลอด เพราะร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับคลอด เส้นเอ็นต่างๆของร่างกาย จะอ่อนนุ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดบริเวณเชิงกราน และอาจลามไปถึงก้นกบได้ และเพราะการตั้งครรภ์ที่มีการถ่วงน้ำหนักอยู่ด้านหน้าตลอดเวลา ทำให้ต้องเกร็งกล้ามเนื้อส่วนหลัง และส่วนล่างมากขึ้น เพราะร่างกานจะทำการสร้างสมดุล ทำให้เกิดแรงกดที่ด้านหลังมากกว่าปกติ ทำให้สรีระของคุณแม่เกิดการปรับเปลี่ยนค่ะ                การลดอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ของคุณแม่นั้นก็สามารถทำได้ค่ะ โดยการออกกำลังกายในน้ำหรือการฝึกโยคะเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนคลอด หรือแม้แต่การว่ายน้ำและการเดินเบาๆ เป็นประจำก็สามารถช่วยได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็จะเป็นอิริยาบทต่างๆของคุณแม่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนั่ง การเดิน หรือแม้แต่การนอน เช่น การเปลี่ยนท่า การนอนในท่าที่ต่างไปจากเดิมหรือการนวดเพื่อผ่อนคลาย นอกจากนี้การนั่งและท่วงท่าในขณะกำลังนั่งหรือนอนก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน พยายามหลีกเลี่ยงการนั่งหลังงอ การรองหลังด้วยหมอนหนุนก็สามารถช่วยได้              เป็นยังไงกันบ้างค่ะสำหรับข้อมูลในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะค่ะ   ที่มา http://www.manager.co.th/celebonline/viewnews.aspx?NewsID=9550000105142
             สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราได้นำข้อมูลดีๆมีประโยชน์ มาฝากทุกคนเช่นเคยค่ะ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับอาการปวดหลังด้านขวากันดีกว่่าค่ะ เพื่อนๆทุกคนก็คงเคยมีอาการปวดหลังกันใช่มั้ยค่ะ? โดยแต่ละคนก็มีตำแหน่ง และระดับความปวดที่แตกต่างกัน แล้วอาการปวดหลังด้านขวาม มีสาเหตุมาจากอะไร? ต้องขอบอกเพื่อนๆที่มีอาการปวดหลังด้านขวาให้ทำใจไว้เลยนะค่ะ และก็เตรียมตัวไปพบแพทย์ด่วนๆเลยค่ะ เพราะการที่เราปวดหลังด้านขวานั้น แสดงว่าเราอาจเป็นโรคต่างๆดังนี้ค่ะ 1.อาจจะมีการติดเชื้อ              ถ้าเกิดเพื่อนๆมีอาการปวดหลังทางด้านขวามโดยเริ่มจากอาการปวดเล็กน้อย และค่อยๆเพิ่มความเจ็บปวดมากขึ้น และมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีไข้ คลื่นไส้ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า เพื่อนๆมีโอกาสติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ได้ค่ะ 2. เป็นไส้เลื่อน              ถ้าเพื่อนๆมีอาการปวดที่หลังด้านขวา และยิ่งมีอาการปวดมากขึ้นในบริเวณที่ต่ำกว่า ก็ให้สงสัยตัวเองได้เลยค่ะว่าอาจจะเป็นไส้เลื่อน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ไม่ควรประมาทนะค่ะ 3. ลำไส้แปรปรวน              โดยอาการลำไส้แปรปรวนนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปวดหลังด้านขวาได้ ซึ่งจะเกิดอาการปวดอย่างรวดเร็ว และอาจมีอาการอื่นๆเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น ท้องอืด แก๊สในระบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ และอาการเมื่อยล้า              เป็นยังไงบ้างค่ะ กับข้อมูลในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนนะค่ะ อย่าลืมลองสำรวจตัวเองว่ามีอาการอะไรผิดปกติไปหรือเปล่า เมื่อพอแล้วก็รีบไปพบแพทยืเพื่อทำการวินิจฉัย และรักษานะค่ะ บางครั้งอาการเจ็บปวดเล็กๆน้อยๆก็เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายเกิดอาการผิดปกติ ควรรีบป้องกันก่อนที่จะสายเกินไปนะค่ะ ที่มา http://www.greatsoulmate.net/2013/09/causes-of-back-pain-on-right-side.html
             สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรามีวิธีสังเกตุตัวเองว่่าเป็นโรคปวดหลังมาให้ทราบค่ะ หลายๆคนก็คงสงสัยใช่มั้ยค่ะ ว่่าตัวเองเนี่ยเป็นโรคปวดหลังจริงๆรึเปล่า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง วันนี้เรามีวิธีในการทดสอบตัวเองมาฝากค่ะ              1.ให้เราลองเอามือทุบๆไปแถวๆสะโพก หรือแถวเอวข้างที่มีอาการปวดของเรา หากทุบแล้วมีอาการเจ็บแปล๊บขึ้นมาจนสะดุ้ง นั่นอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ไตของเราอาจกำลังมีปัญหา อาการปวดหลังของเรา อาจเกิดมาจากการที่เราเป็นโรคไตอักเสบได้              2.อีกวิธีหนึ่งให้เรานอนราบลงไปกับพื้น จากนั้นให้ใครก็ได้มาช่วยยกขาข้างใดข้างหนึ่งของเราขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกในขณะที่ขาเราเหยียดตรงอยู่ พอยกขาขึ้นแล้วเรารู้สึก ปวดหลังแปล๊บไปจนถึงปลายเท้า แสดงว่าอาการปวดหลังของเรา อาจเกิดจากการที่หมอนรองกระดูกของเราอาจไปกดทับเส้นประสาทได้ ว่างๆเพื่อนๆก็ลองเอาไปทดลองทำได้นะค่ะ จะได้รักษาตัวเองซะตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ ที่มา http://www.ipsr.mahidol.ac.th http://healthbeautydd.blogspot.com
             สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เรามีวิธีบรรเทาอาการปวดหลัง โดยการใช้ความเย็นมาฝากค่ะ การที่เราจะใช้ความเย็นเข้าช่วยนั้น จะใช้ในกรณีที่ เกิดอาการปวดหลังอย่างรุนแรง และเฉียบพลัน              - โดยเราจะเอาน้ำแข็งถูในบริเวณที่เกิดอาการปวด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ว่าเราก็ไม่สามารถทำเองได้ใช้มั้ยค่ะ งานนี้จึงต้องมีผู้ช่วยค่ะ              - เริ่มแรกนะค่ะให้เอาถ้วยกระดาษใส่น้ำวางไว้ในช่อง ทำน้ำแข็ง เมื่อน้ำกลายเป็นน้ำแข็งแล้ว ให้ฉีกก้นถ้วยออกให้ ผู้ช่วยใช้มือจับที่ขอบ ถ้วยกระดาษด้านบน              - จากนั้นก็นอนคว่ำ หากมีอาการปวดมาก ให้ใส่ หมอนรองไว้ที่บริเวณท้อง หรือให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนตะแคง มีหมอนอยู่ระหว่าง ขาทั้งสองข้าง วางผ้าขนหนูบริเวณหลัง เพื่อรองรับน้ำที่ละลายจากก้อน น้ำแข็ง              - ให้ผู้ช่วยทาถูน้ำแข็งบริเวณกล้ามเนื้อหลังบริเวณเอวและส่วนบนของ สะโพก โดยห้ามวางน้ำแข็งอยู่กับที่              โดยในช่วงแรกจะมีอาการปวดจากน้ำแข็ง ให้ หยุดพัก 3-4 วินาที และทำต่อไป รวมเวลาที่ทาถูด้วยน้ำแข็งประมาณ 3-5 นาที ทำ วันละ 3- 4 ครั้ง ในช่วง 2-3 วันแรก การใช้แผ่นเจลเย็น หรือหากไม่มีให้ใช้ถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งทุบละเอียด ใส่ใน ปลอกหมอน …
PAGE TOP